top of page

อิทธิพลทางจิตวิทยาในโลกดิจิทัลของเรา Psychology’s influence on our digital world

  • รูปภาพนักเขียน: Dr.Parichat Varavarn Na Ayudhya
    Dr.Parichat Varavarn Na Ayudhya
  • 16 ก.ย. 2561
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ย. 2561



ทุกวันนี้ เทคโนโลยีได้ทำหน้าที่เสมือนตัวกลาง เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายสถานที่ทั่วทุกมุมโลก หลายชาติหลายภาษาเข้าไว้ด้วยกัน (Human Relationship) บนสิ่งที่เรียกว่าแพลตฟอร์ม (Platform) เกิดเป็นกิจกรรมดิจิทัลของคนที่มีความชอบอะไรเหมือนกัน มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ดนตรี มารู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นสาวกอยู่สังคมพอดคาสต์ด้วยกันเสียแล้ว นักจิตวิทยามีความพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะหาวิธีและเหตุผลที่วา ทำไมผู้คนจึงชอบใช้อุปกรณ์ เช่นสมาร์ทโฟนหรือเครื่องมือติดตามกิจกรรมไม่ว่าจะเป็น Smartwatch หรือ Application ต่างๆ อุปกรณ์เหล่านี้ เพื่อมาช่วยติดตามอารมณ์ความรู้สึกของเรา กิจกรรมของเรา และยังสามารถกระตุ้นการมีส่วนร่วมกับคนอื่นๆ ได้มากขึ้น


จากหนังสือ Behavior Change Research and Theory: Psychological and Technological Perspectives (อ้างถึงใน บทวิจารณ์หนังสือ Book Review โดย จันทิมา เขียวแก้ว) ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการวิจัยและทฤษฎีที่อธิบายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแบบดิจิทัลของมนุษย์ โดยผู้เขียนให้ความหมายของ


“การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแบบดิจิทัล” หมายถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อ

(1) ส่งเสริมกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น แอปพลิเคชั่นเตือนให้เราดื่มน้ำ ให้เราลุกเดินหรือออกกำลัง (2) ขยายหรือปรับสภาพแวดล้อมในบริบทที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ยกตัวอย่างโครงการ BinCam ซึ่งเป็นโครงการที่นำอุปกรณ์สมาร์ทโฟนมาติดตั้งไว้ในฝาถังขยะ เพื่อใช้ในการบันทึกภาพเมื่อมีการเปิดฝาถังเพื่อทิ้งขยะ และตรวจจับพฤติกรรมการทิ้งขยะอาหารในบ้านเรือน ภาพที่บันทึกไว้จะถูกส่งไปยังผู้วิจัยเพื่อนำไปวิเคราะห์ และหาวิธีการโน้มน้าวใจให้บุคคลเกิดพฤติกรรมในการลดการทิ้งขยะที่เป็น อาหารในครัวเรือน (3) กระตุ้นให้เกิดรูปแบบเฉพาะของการมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นรากฐานของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในงานวิจัยต่างๆ เรามักพบว่า การสร้างรูปแบบของการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับกลุ่มเป้าหมายตามกระบวนการจิตวิทยา 3 ประการ เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ คือ การเตือน (Reminder) การให้รางวัล (Reward) และการตอบกลับทันที (Instant feedback)


จะพบว่าหนังสือเล่มนี้ ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีที่มีต่อการพัฒนารูปแบบและเทคนิคการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การใช้สมาร์ทโฟนมาเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการสื่อสารสารสนเทศ ที่มุ่งโน้มน้าวจิตใจ กลุ่มเป้าหมายให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และยังสามารถนำมาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย หรือ ประเมินประสิทธิผลของการดำเนินงานได้สะดวกและรวดเร็ว


ดังนั้น การนำเทคโนโลยีการสื่อสารออนไลน์มาใช้ในการสร้างแรงจูงใจและโน้มน้าวให้บุคคลเกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมเช่น เรื่องสุขภาพหัวใจสำคัญคือ สารสนเทศรูปแบบต่าง ๆ ที่ถูกเลือกนำมาใช้ใน Application ที่สร้างขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง


จากที่เกริ่นมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า รูปแบบการสื่อสาร (Format) มีบทบาทอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การรับรู้ของมนุษย์ (Sense of Experience)ไปด้วย และที่สำคัญ การออกแบบสินค้าและบริการในโลกยุคใหม่ จึงควรมีสิ่งสำคัญ 3 ข้อที่ได้กล่าวถึงเอาไว้ในตอนต้น


การใช้กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผ่านเว็บเทคโนโลยี มีประโยชน์ในเชิงการบริหารจัดการ ทรัพยากร และเป็นที่เข้าใจสอดคล้องกันว่าการใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนั้น ต้องเน้นให้เกิดผลต่อผู้ใช้เทคโนโลยีปลายทาง (End users) และให้ความสำคัญต่อกลุ่มเป้าหมาย มากกว่าการยอมให้ เทคโนโลยีมาครอบงำกระบวนการเปลี่ยนแปลง

กล่าวโดยสรุปคือ แนวความคิดเรื่อง “Digital behavior change” ในรูปแบบที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ยึดหลักการใช้แผนที่ความคิดมาจัดการความรู้และกระบวนการคิดของบุคคลที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวกำหนดกระบวนการ แต่ให้คำนึงก่อนว่าพฤติกรรมอะไรที่ต้องการเปลี่ยนแปลง แล้วจึงเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในราคาที่เหมาะสม และพิจารณาว่าทำไมจึงต้องใช้เทคโนโลยีนั้นๆ และควรจะใช้เมื่อไร


อ้างอิง บทวิจารณ์หนังสือ บทวิจารณ ์ หนังสือ Book Review โดย จันทิมา เขียวแก้ว Behavior Change Research and Theory: Psychological and Technological Perspectives

file:///C:/Users/USER/Downloads/105750-Article%20Text-268939-1-10-20171217%20(1).pdf

1 ความคิดเห็น


Passapong Champillon Thaithatgoon
Passapong Champillon Thaithatgoon
20 ก.ย. 2561

จริงๆ เราเคยคิดจะทำ Thesis Theme ประมาณนี้อยู่เหมือนกันนะ

การมาถึงซึ่ง Digital Platform เป็นการ "เร่ง" ให้การสื่อสารข้อมูลนั้นเป็นไปได้ รวดเร็ว และตรงจุดมากขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้เรา capture และ analyze ข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ (จากสมัยก่อน ถ้าสื่อสารด้วยกระดาษไม่มีทางทำได้) ข้อมูลมันส่งผลต่อ decision และ execution ของคน แล้วคนตัดสินใจบนข้อมูล (ซึ่งแน่นอน ข้อมูลไม่ได้ represent เหตุผลอย่างเดียว ยัง represent อารมณ์ด้วย) การหา pattern ของข้อมูล เพื่อดูว่าอะไรส่งผลต่อ execution ของคนกลุ่มไหนนั้น เป็นเรื่องน่าสนใจพอควร ตอนเราทำ Thesis เราคิดว่า ความหมายของ ข้อมูล มันขึ้นกับ บริบท และคนแต่ละกลุ่มมีบริบทต่างกัน ดังนั้น รับข้อมูลไปแล้ว มันก็มี reaction ที่ต่างกัน แต่ ข้อมูล, บริบท และ reaction มันต้องมี pattern แล้ว behaviour การทำงานของมันอยู่แน่ๆ นั้นแปลว่าถ้าเราจับ pattern มันได้ หรือรู้ behaviour ของสิ่งนั้นๆ เราก็สามารถป้อนข้อมูลที่ตรงกับสิ่งที่จะส่งผลต่อ execution ของผู้ใช้ได้ โดย pattern หรือ behaviour ของข้อมูลที่เรา believe ว่ามันเป็นคือ มันเป็น "แรงดึงดูด" ระหว่างกัน (อันนี้ยังไม่ได้ prove อะไรนะ เพราะไม่ได้ทำต่อ แต่เราเชื่อแบบนั้น) ตอนนั้นอ่านเกี่ยวกับ data theory แล้วมันก็มีเรื่องจุดที่ทำให้ข้อมูลเปลี่ยน state อะไรประมาณนี้ อีกเรื่องที่เรา beleive คือ การทำงานของข้อมูล มันมี "มิติ" ของมัน ซึ่งเลยจากแกน 3 มิติที่ตาเราเห็น และแกนมิติที่ 4 ที่เวลามันทำงาน ไม่รู้จะช่วยรึป่าว แต่ก็น่าจะมีประโยชน์บ้าง หรือไม่ก็แค่ คนที่สนใจเรื่องคล้ายๆกัน มาเม้าท์มอยกัน

ถูกใจ

© 2017 Copy Write by Passion Digi Co., Ltd.

bottom of page